Copayment ประกันสุขภาพ คืออะไร ใครต้องร่วมจ่าย (อัปเดต 2569)

Copayment ประกันสุขภาพ คืออะไร ใครต้องร่วมจ่าย (อัปเดต 2569)

อัปเดตล่าสุด: ตุลาคม 2569

ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2568 ประกันสุขภาพที่ซื้อใหม่ตามมาตรฐานของสำนักงาน คปภ. จะมีเงื่อนไข Copayment (การร่วมจ่าย) ในปีต่ออายุสำหรับบางกรณี ถ้าคุณมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว หรือกำลังจะซื้อใหม่ ควรเข้าใจเงื่อนไขนี้ไว้ จะได้ใช้ประกันได้คุ้มโดยไม่ต้องร่วมจ่าย

สรุปสั้น ๆ

  • ไม่ใช่ทุกคนต้องร่วมจ่าย จะพิจารณาเป็นรายปีจาก “ประวัติการเคลม” ของปีที่ผ่านมา
  • เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ร่วมจ่าย 30% · เข้าทั้งสองข้อ ร่วมจ่ายสูงสุด 50% ในปีต่ออายุถัดไป
  • ถ้าปีต่อมาเคลมไม่เข้าเกณฑ์ เงื่อนไขร่วมจ่ายจะถูกยกเลิก

Copayment คืออะไร

Copayment คือการที่ผู้เอาประกันร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์กับบริษัทประกัน เช่น ร่วมจ่าย 30% หมายถึงค่ารักษาที่ประกันต้องจ่าย 100 บาท เราจ่ายเอง 30 บาท บริษัทจ่าย 70 บาท

ต่างจาก Deductible (ค่าความรับผิดชอบส่วนแรก) ซึ่งเป็นจำนวนเงินคงที่ที่เราจ่ายก่อนตั้งแต่ต้นสัญญา เพื่อแลกกับเบี้ยที่ถูกลง

ทำไมต้องมี Copayment

  • ลดการเคลมเกินความจำเป็น เช่น นอนโรงพยาบาลทั้งที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกได้
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ เพื่อไม่ให้เบี้ยประกันของทุกคนสูงเกินไป
  • ทำให้ระบบประกันสุขภาพยั่งยืนในระยะยาว

เงื่อนไขที่ทำให้ต้องร่วมจ่าย

กรณีที่ 1: เคลมโรคทั่วไปเล็กน้อย (Simple Diseases) บ่อย

โรคที่ปกติรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย ไมเกรน ภูมิแพ้ แต่เลือกนอนโรงพยาบาล ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ในปีกรมธรรม์ และยอดเคลมรวม เกิน 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพ → ร่วมจ่าย 30% ในปีต่ออายุถัดไป

กรณีที่ 2: เคลมการเจ็บป่วยทั่วไปบ่อยและยอดสูง

นอนโรงพยาบาล (IPD) ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ในปีกรมธรรม์ และยอดเคลมรวม เกิน 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพ → ร่วมจ่าย 30% ในปีต่ออายุถัดไป (ไม่นับการผ่าตัดใหญ่ และโรคร้ายแรงตามที่กรมธรรม์กำหนด)

กรณีที่ 3: เข้าทั้งกรณีที่ 1 และกรณีที่ 2

ร่วมจ่ายรวมไม่เกิน 50% ในปีต่ออายุถัดไป

รายละเอียดคำนิยาม รายชื่อโรค และข้อยกเว้น เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ใครไม่ต้องกังวล

  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ซื้อและได้รับอนุมัติก่อนวันที่มาตรฐานใหม่มีผล (ตามที่บริษัทแจ้ง)
  • คนที่เคลมเฉพาะเมื่อจำเป็นทางการแพทย์
  • คนที่ป่วยหนักจริง เช่น ผ่าตัดใหญ่ หรือโรคร้ายแรง ซึ่งไม่ถูกนับในกรณีที่ 2

เตรียมตัวอย่างไร

  1. ก่อนซื้อ ถามให้ชัดว่าแผนที่เลือกมีเงื่อนไขร่วมจ่ายแบบใด และมีแผนแบบ Deductible ให้เลือกหรือไม่
  2. ถ้ามีประกันอยู่แล้ว ทบทวนพฤติกรรมการเคลมของตัวเอง อาการเล็กน้อยลองใช้สิทธิผู้ป่วยนอก (OPD) หรือสวัสดิการที่มีก่อน
  3. เก็บเอกสารการรักษา เพื่อให้เห็นความจำเป็นทางการแพทย์ของการนอนโรงพยาบาล
  4. ทบทวนทุกปีตอนต่ออายุ ดูว่ามีหนังสือแจ้งเงื่อนไขร่วมจ่ายหรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์ของคุณมีเงื่อนไขร่วมจ่ายหรือไม่?
ส่งหน้าตารางกรมธรรม์มาทาง LINE: Doctor S Planner ช่วยอ่านเงื่อนไขให้ฟรี

บทความนี้สรุปหลักเกณฑ์ทั่วไปตามมาตรฐานสัญญาประกันสุขภาพของสำนักงาน คปภ. เพื่อการศึกษาเบื้องต้น เงื่อนไขจริงเป็นไปตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท · ผู้ซื้อประกันควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น