ประกันโรคร้ายแรงเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง

ประกันโรคร้ายแรง AIA : เบี้ยไม่จ่ายทิ้ง มีผลประโยชน์ที่ได้รับอย่างไร

ประกันโรคร้ายแรง AIA เปรียบเทียบแบบทั่วไปและเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง ทำอะไรได้บ้าง ข้อมูลเกี่ยวกับประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง วิธีเลือกและสิทธิประโยชน์ที่คุณไม่ควรพลาด เพื่อให้การคุ้มครองโรคร้ายแรงสุดฮิตในปัจจุบันและคุ้มค่ากับการวางแผนทางการเงิน

ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งคืออะไร?

หมายถึง รูปแบบความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่มีมูลค่าสะสมในกรมธรรม์

ความหมายของประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง

รูปแบบกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่เมื่อผู้เอาประกันถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค หรือ มีภาวะอาการตามสัญญา บริษัทรับประกันจะจ่ายผลประโยชน์ออกมาเป็นเงินก้อนแก่ผู้เอาประกันโดยตรง ไม่ผ่านโรงพยาบาล และเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตามข้อตกลงที่อยู่ในสัญญา โดยทั่วไปกรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งจะมีตารางมูลค่าเวนคืนในแต่ละช่วงอายุของกรมธรรม์

ความแตกต่างระหว่างประกันโรคร้ายแรงแบบทั่วไปและแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง

ประกันโรคร้ายแรงจะเป็นสัญญาเพิ่มเติมจากประกันชีวิตหลัก มีลักษณะเก็บเบี้ยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้นตามช่วงอายุ อาชีพ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ค่าเบี้ยในส่วนสัญญาเสริมนี้ปรับตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น (ปรับเพิ่มตามอายุ)และให้อายุความคุ้มครองสูงสุดเท่ากับแผนประกันหลักที่ถูกแนบเข้าไป แตกต่างจากประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งที่แบบประกันจะทำหน้าที่เป็นประกันหลักเอง สามารถแนบสัญญาเพิ่มเติมอื่นๆได้ตามความสามารถของแผน โดยที่แบบประกันจะให้ความคุ้มครองทั้งชีวิต โรคร้ายแรงและมีมูลค่ากรมธรรม์ตามอายุประกันด้วย

สิทธิประโยชน์ของประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง

การคุ้มครองโรคร้ายแรงที่ครอบคลุม

กรณีถูกวินิฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงระดับต้นถึงกลาง ได้รับผลประโยชน์ 40% ของทุนเอาประกัน รวมสูงสุด 5 ครั้ง 200% (เป็นคนละกลุ่มโรค) และหากถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงระดับรุนแรงได้รับผฃประโยชน์ 100% ของทุนประกัน รวมสูงสุด 6 ครั้ง 600%  และนอกจากดูแลกลุ่มโรคร้ายแรงแล้ว หากตกอยู่ในสภาวะวิกฤต เข้า ICU ติดต่อกันตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปเนื่องจากบาดเจ็บด้วยกรณีต่อไปนี้ 1. จากการผ่าตัดใหญ่ 2. ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบสอดท่อหรือเจาะคอ 3.อวัยวะสำคัญอยู่ในภาวะล้มเหลว ได้แก่ ปอด ตับ ไต หัวใจ ตับอ่อน จะได้รับ 100% ของทุน และหากเจ็บปวดหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป

รับเงินคืนเมื่อครบอายุกรมธรรม์

ทั้งระหว่างถือเบี้ยที่ถูกชำระเข้าในกรมธรรม์ ได้ทำให้เกิดมูลค่าเงินสดที่ทยอยเพิ่มขึ้นตามปีกรมธรรม์และเบี้ยที่ชำระเข้าไป และเมื่อครบอายุกรมธรรม์ (ส่วนใหญ่ 99 ปี) ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งจะจ่ายเงินคืนเทียบเท่าทุนที่ทำประกันไว้ หรือมูลค่าเวนคืน หรือจำนวนเบี้ยที่ชำระเข้ามาแล้วหักด้วยผลประโยชน์ที่ผู้เอาประกันโรคร้ายแรงได้รับไปแล้ว ขึ้นอยู่กับมูลค่าใดสูงกว่ากัน

มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ของประกันโรคร้ายแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง

หลังจากชำระเบี้ยประกันโรคร้ายแรงมาระยะนึงกรมธรรม์ในแผนนี้จะสะสมมูลค่าและสามารถปรับเปลี่ยนเป็นมูลค่าเงินสด ขยายเวลา ใช้มูลค่าสำเร็จ หรือกู้ยืมกรมธรรม์ได้

ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งเหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองโรคร้ายแรง

ความคุ้มครองที่ควรมีติดตัวไว้สำหรับทุกคนที่ต้องการบริหารความเสี่ยงด้านการเงินและสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กแรกเกิด เด็กอายุน้อยที่มีอัตราค่าเบี้ยต่อทุนประกันที่ค่อนข้างต่ำ และประกันโรคร้ายแรงหลายแบบให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่สามารถเกิดในเด็กได้ ช่วยให้ผู้ปกครองลดภาระการดูแล นอกจากนี้ในอายุที่สูงขึ้นความเสี่ยงที่สูงขึ้นอาจทำให้อัตราเบี้ยต่อทุนประกันที่สูงขึ้นด้วย เมื่อความคุ้มครองที่จะได้รับเทียบกับเบี้ยเฉลี่ยต่อปีแล้วถือว่าคุ้มค่า ส่วนน้ำหนักการตัดสินใจยังมีความบวกลบเหมาะสมกับแผนการเงินและกระแสเงินสดของแต่ละคนมี

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับเงินคืนเมื่อครบกำหนด

เมื่อครบกำหนดประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งจะมีมูลค่ากรมธรรม์ไว้เป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาว หรือกรณีที่ต้องการเงินเกษียณและระหว่างการทำงานต้องการความคุ้มครองโรคร้ายแรงด้วยการทำประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งได้

วิธีเลือกประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งให้เหมาะกับคุณ

ตรวจสอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม

เนื่องจากความคุ้มครองของประกันโรคร้ายแรงปัจจุบันมี 3 ลักษณะ คือ กลุ่มประกันโรคร้ายแรงชดเชยรายได้ ต่อวัน กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (สามารถซื้อแบบเบี้ยคงที่ผ่านสัญญาเพิ่มเติม UDR) กลุ่มประกันโรคร้ายแรงให้ความคุ้มครองแบบเจอจ่ายจบ และความคุ้มครองโรคร้ายแรงแบบเจอจ่ายและยังมีความคุ้มครองต่อเนื่อง

ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งของเอไอเอมีกี่แผน

ความคุ้มครองโรคร้ายแรงจำนวน 6 กลุ่มโรค

ได้แก่

    1. กลุ่มโรคมะเร็งและเนื้องอก ระดับต้นถึงกลางคุ้มครองจำนวน 2 ภาวะ และระดับรุนแรงจำนวน 2 ภาวะเช่นกัน
    2. กลุ่มโรคหัวใจ การหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต ระดับต้นถึงกลางคุ้มครองจำนวน 5 ภาวะ และระดับรุนแรงจำนวน 8 ภาวะ
    3. กลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ระดับต้นถึงกลางคุ้มครองจำนวน 4 ภาวะ และระดับรุนแรงจำนวน 13 ภาวะ
    4. กลุ่มโรคอวัยวะ และระบบการทำงานสำคัญของร่างกาย ระดับต้นถึงกลางคุ้มครองจำนวน 3 ภาวะ และระดับรุนแรงจำนวน 8 ภาวะ
    5. กลุ่มภาวะติดเชื้อ การบาดเจ็บร้ายแรงและภาวะทุพพลภาพ ระดับต้นถึงกลางคุ้มครองจำนวน 4 ภาวะ และระดับรุนแรงจำนวน 9 ภาวะ
    6. กลุ่มโรคร้ายแรงสำหรับผู้เยาว์ (อายุ 15 วัน ถึง 16 ปี)ระดับรุนแรงจำนวน 4 ภาวะ

สรุปประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้ง:

ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งเป็นรูปแบบกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรง มีมูลค่าสะสมในกรมธรรม์ เมื่อผู้เอาประกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขสัญญาประกัน บริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์เป็นเงินก้อน และยังมีมูลค่าเวนคืนที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นได้ นอกจากนี้ ประกันโรคร้ายแรงแบบเบี้ยไม่จ่ายทิ้งยังให้สิทธิประโยชน์ในการคืนเงินเมื่อครบกำหนดอายุกรมธรรม์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองโรคร้ายแรงระยะยาวและต้องการวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น